Home > แฟรนไชส์กาแฟสด > แฟรนไชส์กาแฟ THE INDIAN TEA อัตราการเจริญเติบโตและเป้าหมายในปี 2555

แฟรนไชส์กาแฟ THE INDIAN TEA อัตราการเจริญเติบโตและเป้าหมายในปี 2555

– แฟรนไชส์กาแฟ THE INDIAN TEA ความเติบโตของธุรกิจจนถึงปัจจุบัน

สำหรับ SME แฟรนไชส์กาแฟเล็กๆอย่างเราถือได้ว่าเติบโตพอสมควร

ปี พศ.

จำนวนสาขา

เปลี่ยนแปลง

2550

61

2551

111

เพิ่มขึ้น 82%

2552

161

เพิ่มขึ้น 46%

2553

211

เพิ่มขึ้น 32%

2554

311

เพิ่มขึ้น 48%

ข้อมูลการเติบโต แฟรนไชส์กาแฟ จาก ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ โดยเป็นข้อมูลที่เราให้ไว้และเก็บมาเรื่อยๆ เป็นสาขาที่มีการเปิดร้านกาแฟขึ้นในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ ต้องทำความเข้าใจนิดนึงว่ามีที่เปิดขึ้นและปิดลงสลับกันไป ที่ปิดก็ไม่ใช่เพราะขายไม่ได้หรือขายไม่ดีเสมอไป เพราะเหตุผลต้องการไปดำเนินธุรกิจอย่างอื่นต่อก็มี ธุรกิจขายกาแฟและชานี้เป็นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับทำเลเป็นหลักหากทำเลดี คู่แข่งไม่มากเกินไป เมนูหลากหลาย มีเบเกอร์รี่สูตรเฉพาะที่เป็นจุดเด่นของร้าน มีความมุ่งมั่น ไม่ล้มเลิกง่ายๆและความขยัน ย่อมขายดี สาขาที่ประสบความสำเร็จเด่นๆ ก็จะมี ร้านบ้านย่าล้วน สุขุมวิท 105 ซอยลาซาล 41,ถนนพระยาสุเรนทร์,ข้างห้างสิริบรรณ จังหวัดตรัง,สะพานใหม่,สระแก้ว,นครสวรรค์,โรงพยาบาลหาดใหญ่ เป็นต้น ซึ่งสาขาที่ลงทุนระดับ 100,000 บาทขึ้นไป ยังไม่มีที่ใดไม่ประสบความสำเร็จ ส่วนนอกนั้นเป็นสาขาที่ลงทุน 6,900 – 39,000

แฟรนไชส์กาแฟ THE INDIAN TEA Biz Expo
แฟรนไชส์กาแฟ THE INDIAN TEA Biz Expo

 – อายุธุรกิจ

เปิดทำการตั้งแต่ปี 2546 โดยช่วงปีแรก ขายแฟรนไชส์หรือขายไอเดียนี้ไม่ค่อยได้มากนักเน้นเปิดร้านขายเองมากกว่า ขณะนี้เป็นเวลา 9 ปีแล้ว

– วิเคราะห์ตลาดภาพรวมของธุรกิจที่ทำอยู่

เนื่องจากเราเป็นร้านกาแฟที่เน้นเปิดตลาดในสเกลเล็ก ลงทุนต่ำจึงมีช่องว่างอีกมากที่จะสามารถเปิดได้ จึงคาดว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยจะสูงขึ้นตามเศรษฐกิจของประเทศไทย ในด้านเราเองรักษาระดับให้เติบโตไม่ต่ำกว่า 40% ต่อปี ร้านสามารถมีได้ทุกซอก ทุกซอย เนื่องจากเป็นร้านขายน้ำ ที่มีเมนูกาแฟและชาชงสำเร็จหรือเมนูกาแฟสด ตัวเลขในปี 54 ที่ 311 สาขา เราเชื่อมั่นว่าหากการประชาสัมพันธ์ด้านการตลาดเป็นไปอย่างราบรื่นและมีงบลงทุนที่เพียงพอ จะให้มี 1,000 สาขาในปี 55 ก็เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ สำหรับการเติบโตในปีหน้าเราตั้งเป้าไว้ที่ 50% = 622 สาขา ไม่ต้องถึง 1,000 เป็นเงินประมาณ 3 แสนกว่าบาทต่อเดือน และเป็นเงินประมาณ 4ล้านกว่าบาทต่อปี โดยงบการตลาดอยู่ที่ 15% ประมาณ 50,000 ต่อเดือน หรือ 600,000 บาทต่อปี

หากให้วิเคราะห์ตลาดเราแข่งขันอยู่ในตลาดวัตถุดิบและอุปกรณ์ในการเปิดร้านขายกาแฟ ในรูปแบบแฟรนไชส์แบบเหมาซื้อวัตถุดิบหรืออุปกรณ์แถมแบรนด์ไปใช้ได้ คล้ายคลึงกับเนสเล่หรือแฟรนไชส์กาแฟทั่วไป ซึ่งตีโดยรวมจาก 100% เรามองว่าเรากินส่วนแบ่งแชร์จากมูลค่าตลาดรวมไม่ถึง 5% คิดง่ายๆ หากในจังหวัดกรุงเทพฯมีแบรนด์เนสเล่เปิดไปแล้ว 200 สาขา เจ้าอื่นๆเปิดกันเป็น 50 เป็นร้อย เรามีแค่ 3-5 , ให้วิเคราะห์ก็คือ แบรนด์เรายังไม่ติดลมบนยังไม่เป็นที่รู้จักและนิยมของผู้ประกอบการในการเปิดร้าน ด้านการตลาดเรายังไม่แข็งแรงพอ เรายังไม่เป็นที่รูปจักเหมือนแบรนด์ร้านกาแฟสเกลขนาดกลางถึงใหญ่อย่าง อเมซอน,ชาวดอย,สตาร์บัค,โอบองแบง, สเกลเล็กถึงกลางอย่างคอฟฟี่ดรีม,บลูเมาท์เทนคอฟฟี่,กาแฟสดเด่นชัย,เนสเล่หรือแบรนด์กาแฟอื่นๆ  จึงมีโอกาสอีกมากที่จะทำให้แบรนด์เราเป็นที่รู้จัก เทียบเท่าแบรนด์กาแฟชั้นนำ เราถือว่าธุรกิจที่อยู่ในข่ายของการสร้างแบรนด์สาขาอยู่ในกลุ่มเดียวกันกับเราในแง่ของมุมมองแบบการสร้างแบรนด์ แต่หากเป็นแง่ของแฟรนไชส์ ต้องบอกว่าเราไม่ใช่แฟรนไชส์เพราะไม่มีการเก็บส่วนแบ่งหรือรอยัลตี้ฟีใดๆเป็นธุรกิจขายไอเดีย ขายแบรนด์ ขายวัตถุดิบหรืออุปกรณ์ หากมองในแง่นี้เราจะอยู่ในอีกกลุ่มหนึ่ง โดบภาพรวมของตลาดมองว่าธุรกิจนี้มีการเติบโตที่สูงมาตลอด แต่ละพื้นที่มักมีผู้จับจองทำเลในการขายและประสบความสำเร็จเป็นเจ้าประจำได้อยู่ในแต่ละจุดและก็ยังมีช่องว่างในทำเลแต่ละแห่งอีกมากที่สามารถเปิดเพิ่มได้ หรือเมื่อมีผู้ปิดร้านหรือเซ้งร้านก็สามารถเปิดได้ ธุรกิจนี้ยังไปได้แม้จะมีการแข่งขันกันที่รุนแรง มีผู้เล่นรายใหม่ปรากฏขึ้นทุกปีก็ตาม ซึ่งก็เกิดใหม่และหายไปทุกปีเช่นกันจะเหลือแต่แบรนด์หลักๆที่อยู่รอด เราจึงมองว่าตลาดนี้ต้องควบคุมและวางแผนการใช้เงินลงทุนในค่าการตลาดดีๆ ใช้เงินให้คุ้มค่าในการทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักและมีความเชื่อมั่นในการลงทุน ซึ่งกลุ่มเป้าหมายเราคือผู้มีความต้องการเปิดร้านกาแฟหรือร้านขายกาแฟและผู้มีร้านกากาแฟหรือร้านขายน้ำอยู่แล้ว ไปจนถึงร้านอาหารหรือเบเกอร์รี่ ล่าสุดร้านก๋วยเตี๋ยวที่เอาเราไปเปิดเสริม เราจึงแบ่งตลาดตามประเภทดังกล่าวข้างต้น ที่บอกได้ตรงๆว่าวันนี้เรายังขยายตลาดไม่ถึงไหนเลยจึงมีโอกาสไปได้อีกไกล

– ความโดดเด่น จุดขาย ของสินค้าที่แตกต่างจากคู่ค้าไลน์เดียวกัน

ความโดดเด่นตรงที่เราเป็นแบรนด์ที่สื่อในด้านวัฒนธรรมการดื่มใหม่ๆที่ยังไม่มีในเมืองไทย แม้จะมีมาหลายร้อยปีแล้วในต่างประเทศก็ตาม จุดขายคือการนำสิ่งที่เป็นที่นิยมในวัฒนธรรมหนึ่งให้เป็นที่นิยมในอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งที่จุดกำเนิดของวัฒนธรรมนี้เขาฮิตกันได้ ทำไมที่นี่จะฮิตติดลมบนไม่ได้ เมื่อถึงวันหนึ่งมีลูกค้าประจำสะสม มีผู้ชื่นชอบมากขึ้นเราก็จะโตขึ้นและเป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น

แตกต่างจากคู่แข่งมากตรงเมนูชาและเมนูกาแฟที่แต่ละเมนูที่ขายยังไม่มีใครเหมือนเรา

– ลักษณะรายละเอียดสินค้า

1.ด้านวัตถุดิบ ใบชา เป็นใบชาอัสสัม จากรัฐอัสสัมของอินเดีย เครื่องปรุงเป็นสมุนไพรสูตรเฉพาะที่เราปรุงขึ้น ซึ่งเป็นสมุนไพรอินเดีย ประกอบด้วย ผลกระวานเทศเขียว ขิง พริกไทยดำ ใบกระวาน อบเชย กานพลู

2.ด้านอุปกรณ์ คัดคุณภาพ ไม่มีวันลดต้นทุนโดยใช้อุปกรณ์ที่ไม่มีคุณภาพ ตัวอย่างอุปกรณ์เช่น เครื่องทำกาแฟสด เครื่องบดเมล็ดกาแฟ เตาต้ม หม้อต้ม ขวดโหลโลโก้ กระบอกน้ำทนความร้อน บิกก้า เหยือกตวง ช้อนตวง ฯลฯ

3.ด้านไอเดีย แบรนด์ THE INDIAN TEA

 

– ราคาจำหน่าย ปลีก-ส่ง

ขายเป็นชุดเริ่มต้น 6,900 – 130,000

– เสียงตอบรับจากผู้บริโภค

ดีมาก มีผู้นิยมเพิ่มขึ้นและขยายตัวอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา

– ทำเลที่เหมาะสมกับธุรกิจ

ตามแหล่งชุมชน เด่นๆคือ ตลาดนัด,โรงพยาบาล,รถเข็นขายกาแฟคลื่อนที่

– ความน่าสนใจต่อการลงทุนในธุรกิจ / ทำไมจึงต้องเลือกลงทุนร่วมกับเรา

ลงทุนต่ำคืนทุนเร็ว หากขาดทุนยังไงไม่เจ็บตัวมาก ควบคุมงบประมาณในการเปิดร้านได้ แบรนด์สะดุดตามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร แนะรูปแบบการลงทุนอย่างประหยัดและเหมาะสมเพื่อเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จฟรี หัวข้อนี้ไม่ต้องการขายฝันมาก การลงทุนมีความเสี่ยง ควรระมัดระวังและควบคุมค่าใช้จ่ายและหาทำเลที่ดีที่สุด ควรมีสายป่านในการประกอบการที่ยาวเพียงพอให้อยู่ได้ไม่น้อยกว่า 6 เดือน หัวข้อสรุปความน่าสนใจต่อการลงทุนในธุรกิจดังรายละเอียดด้านล่าง

 

1.ลงทุนต่ำเริ่มต้นเพียง 6,900 – 130,000 บาท

2.เปิดร้านเป็นแบรนด์ของตนเองได้ เปิดร้านกาแฟสด กับแฟรนไชส์กาแฟสดหรือเปิดเป็นแบรนด์ของตัวเอง

3.ใช้แบรนด์ของเราได้เต็มที่ไม่มีค่าใช้จ่ายรายปี รายเดือน

4.จ่ายครั้งเดียวจบ จ่ายครั้งแรกเหมือนค่าแรกเข้าและได้อุปกรณ์ตามรูปแบบการลงทุน

5.วัตถุดิบไม่บังคับว่าต้องซื้อกับเราตลอด หมดก็มาซื้อกับเรา หรือสะดวกซื้อที่อื่นก็ไม่ว่า แต่ถ้าซื้อกับเราก็เป็นการอุดหนุนกันไป

6.เงินที่ได้จากกำไร เรานำไปสร้างแบรนด์ขายฐานให้เมนูชา กาแฟเรามีชื่อเสียงต่อไป ให้ที่เคยขายดี ได้ขายดียิ่งๆขึ้นไป มีน้อยทำน้อย มีเยอะทำเยอะ

7.มีการเปรียบเทียบกับแฟรนไชส์อื่นๆและเลือกด้วยความชอบส่วนตัวหรือเห็นว่าคุ้มค่าและเป็นอีกสไตล์ที่น่าลงทุน ตอบโจทย์ที่ลูกค้าต้องการ การเลือกซื้อแฟรนไชส์กาแฟสดและการประกอบธุรกิจกาแฟสดให้ประสบความสำเร็จ

 – เงื่อนไขการลงทุน รูปแบบการลงทุน งบการลงทุน

5 รูปแบบการลงทุน

(1) โปรโมชั่นพิเศษ 6,900 บาท (สูตรกาแฟชงสำเร็จ)
(ป้ายร้าน, ป้ายเมนูตั้งพื้น, ป้ายโลโก้, พร้อมคู่มือวิธีการ 1 เล่ม และวัตถุดิบใบชา-กาแฟ-เครื่องปรุงฯรวมทำได้ 1,000 แก้ว)

(2) 19,000 บาท (สูตรกาแฟชงสำเร็จ)
(ป้ายร้าน, ป้ายเมนูตั้งพื้น, ป้ายโลโก้, พร้อมคู่มือวิธีการ 1 เล่ม, วัตถุดิบใบชา-กาแฟ-เครื่องปรุงฯรวมทำได้ 2,000 แก้ว และเพิ่มอุปกรณ์ในการทำทั้งหมดครบชุด)

(3) 39,000 บาท (สูตรกาแฟชงสำเร็จ)
(ป้ายร้าน, ป้ายเมนูตั้งพื้น, ป้ายโลโก้, พร้อมคู่มือวิธีการ 1 เล่ม, วัตถุดิบใบชา-กาแฟ-เครื่องปรุงฯรวมทำได้ 2,000 แก้ว, อุปกรณ์ในการทำทั้งหมดครบชุด และเพิ่ม KIOSK ร้านขนาด 1.2 เมตร)

(4) 110,000 บาท (สูตรกาแฟสด + สูตรกาแฟชงสำเร็จ)
(ป้ายร้าน, ป้ายเมนูตั้งพื้น, ป้ายโลโก้, อบรมวิธีการทำพร้อมคู่มือ, วัตถุดิบใบชา-กาแฟ-เครื่องปรุงฯรวมทำได้ 2,000 แก้ว, อุปกรณ์ในการทำทั้งหมดครบชุดของชาอินเดีย , และเพิ่มเครื่องทำกาแฟสดพร้อมอุปกรณ์ครบชุด สำหรับทำกาแฟเปอร์เซียสูตรกาแฟสดรวม5รสคือ 1.Persian Espresso 2.Persian Cappuccino 3.Persian Latte 4.Persian Mocca 5.Persian Cocoa)

(5) 130,000 บาท (สูตรกาแฟสด + สูตรกาแฟชงสำเร็จ)
(ป้ายร้าน, ป้ายเมนูตั้งพื้น, ป้ายโลโก้, อบรมวิธีการทำพร้อมคู่มือ, วัตถุดิบใบชา-กาแฟ-เครื่องปรุงฯรวมทำได้ 2,000 แก้ว, อุปกรณ์ในการทำทั้งหมดครบชุดของชาอินเดีย , เครื่องทำกาแฟสดพร้อมอุปกรณ์ครบชุด สำหรับทำกาแฟเปอร์เซียสูตรกาแฟสดรวม5รสคือ 1.Persian Espresso 2.Persian Cappuccino 3.Persian Latte 4.Persian Mocca 5.Persian Cocoa, และเพิ่ม KIOSKร้านขนาด 1.2เมตร)

* ฟรี ! ค่าแฟรนไชส์*
* ไม่เสียค่า Loyalty Fee*
* ไม่หักเปอร์เซ็นต์การขาย*
* เป็นเจ้าของร้านได้เต็มตัว*
* ฟรี! อบรมวิธีการทำ พร้อมทำขายได้ทันที*

* หรือ! สำหรับ ผู้ที่สนใจแฟรนไชส์ แต่ไม่สะดวกเดินทางมาอบรมที่กรุงเทพฯ(ซอย ลาดพร้าว87) ทาง เราจะจัดส่งสินค้าไปให้ทางไปรษณีย์พร้อมคู่มือการทำชาอินเดีย-กาแฟเปอร์ เซียโดยละเอียดครับ ซึ่งสามารถทำตามขั้นตอนจากคู่มือได้ง่าย

– ประมาณการรายได้/เดือนหรือกำไรเบื้องต้น

ราคาขายนั้นแต่ละที่จะขายราคาไม่เท่ากันจะขึ้นอยู่กับทำเลและค่าเช่าเป็นหลักแต่สิ่งที่ต้องรู้ก่อนก็คือต้นทุนต่อหนึ่งแก้วคือเท่าไหร่ ต้นทุนต่อหนึ่งแก้วของเราจะอยู่ที่ 6-7 บาท ต้นทุนนี้รวมทุกอย่างพร้อมเสริฟให้ลูกค้าแล้ว คือรวม แก้ว ฝา หลอด น้ำชา น้ำแข็ง พร้อมเสริฟ ราคาขายที่นิยมขายกันมากที่สุดคือแก้วละ 20 บาท แต่ละที่ขายราคาไม่เท่ากัน เช่น บางท่านเปิดขายหน้าบ้านตัวเองแบบไม่เสียค่าเช่าเลย นำไปขายแก้วละ 15 บาท ก็มี สำหรับราคาขายแพงสุดที่ขายคือ 50-60 บาทก็มี คือประเภทค่าเช่า 5-6 หมื่นบาทตามในห้างใหญ่ๆ แต่ถ้าประเภททำเล บิ๊กซีหรือโลตัส ค่าเช่าประมาณ 10,000 – 20,000 บาทนั้น จะขายกันแก้วละ 30-35-40 บาท แต่หากเป็นตามตลาดนัดทั้งหลายหรือเช่าหน้าร้าน จะขายกัน 20-25 บาท  ราคาขายเหล่านี้ทางเราจะช่วยแนะนำว่าควรจะขายเท่าไหร่ให้เหมาะสมกับทำเลและค่าเช่าที่ท่านจะเปิดร้าน เราสามารถทำอัดขวดขายให้ลูกค้านำกลับบ้านก็สามารถทำได้

วิธีการคำนวณจุดคุ้มทุนเราจะแนะนำง่ายๆเช่น

ทำเลตลาดนัดค่าเช่าวันละ 50 – 100 บาท เป็นเดือนละ1500-3000บาท

 

ต้นทุนต่อแก้ว

7

(บาท/แก้ว)

ค่าเช่า

3

(บาท/แก้ว)

รวมต้นทุน

10

(บาท/แก้ว)

ราคาขาย

20

(บาท/แก้ว)

ถ้าขายได้ 20 แก้วต่อวัน

20X20X30=

12,000 (บาท/เดือน)

หักต้นทุน

10X20X30=

6,000 (บาท/เดือน)

กำไร

6,000(บาท/เดือน)

หมายเหตุ ใช้ยอดขายต่ำที่สุดต่อวันที่ควรจะขายได้คือวันละ 20 แก้ว เป็นกำไรที่ควรจะได้ขั้นต่ำในแต่ละเดือน แต่ในความเป็นจริงยอดขายควรจะเป็น 50-100 แก้วต่อวัน หรือถ้าที่คนเยอะจริงๆ ก็ควรจะอยู่ที่ 150-200 แก้วต่อวัน ตามข้อมูลด้านบนเป็นยอดขายที่แย่ที่สุดแล้ว ซึ่งเราควรจะพิจารณาว่าทำเลที่เราจะไปเปิดร้านขายนั้นจะได้ถึงวันละ 20 แก้วหรือไม่ และเราต้องดูอีกว่าทำเลที่เราไปขายนั้นขายทุกวัน ขายทั้งวันหรือเปล่า หรือขายได้แค่จันทร์ถึงศุกร์หรือเสาร์อาทิตย์หรือขายแค่ช่วงบ่ายหรือขายแค่ช่วงเช้าอย่างเดียว

– แผนการตลาด/กลยุทธ์การตลาด ปี 2555

ทำความรู้จักกับสื่อมากขึ้นแบ่งแยกประเภทช่องทางการกระจายข่าวสารไปยังผู้ประกอบการที่เข้าข่ายเป็นกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งวัดผลที่ได้รับ ควบคุมต้นทุนการใช้จ่ายด้านงบการตลาดให้คุ้มค่า

1.ประชาสัมพันธ์ในเว็บที่มีกลุ่มเป้าหมายเข้าชมให้ครอบคลุม ยังมีอีกหลายเว็บที่เราไม่ได้ใส่ใจและเว็บต่างๆเหล่านั้นจะเป็นกำลังเสริมที่จะพัฒนาผลักดันเราให้เติบโตขึ้นได้

2.Social Network Marketing ปกติเรามีการอับเดทผ่านช่องทางนี้และรวมกลุ่มผู้สนใจลงทุนรวมทั้งผู้ที่สนใจติดตาม ผู้ที่อยากทดลองทานเข้ามาไว้ในจุดๆเดียวกันซึ่งมีแนวโน้มในการเติบโตอย่างรวดเร็ว ช่องทางนี้เรามองว่าเป็นการสร้าง คอมมูนิตี้อย่างหนึ่งที่ลูกค้าสามารถวิพากย์วิจารณ์ได้ สื่อสามารถเข้ามาเก็บข้อมูลได้ และเราสามารถตอบกลับไปยังลูกค้าได้ทันที (real time)

3.Tele Marketing คนที่สนใจตลอดมามีการเก็บข้อมูลเบอร์ติดต่อและที่อยู่ไว้ที่สามารถติดตามอับเดทข้อมูลได้ตลอดเวลาถึงความเคลื่อนไหวของเราและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆของเราที่เขาอาจสนใจ

4.E-Mail Marketing เราไม่ส่งสแปมเมล์ เรามีรอบระยะเวลาในการส่งและส่งไปยังกลุ่มผู้สนใจที่ติดต่อเราเข้ามาและให้อีเมล์กับเราไว้เท่านั้น และส่งเฉพาะข้อมูลที่เป็นประโยชน์เช่นทำเลใหม่ๆในการเปิดร้านขายของ ทำเลเปิดร้านกาแฟ การอับเดทความเป็นไปของบริษัท โดยข้อมูลจะไม่เป็นข้อมูลซ้ำๆกันในการส่งเข้าไปให้ผู้ที่เป็นลูกค้าอยู่แล้วและลูกค้ามุ่งหวังในอนาคต ซึ่งปัจจุบันเรามีข้อมูลลูกค้ากว่า 3,000 ราย และไม่มีการขายข้อมูลนี้ให้กับที่อื่นเด็ดขาด

5.สื่อวิทยุและนิตยสาร ไม่เน้นเพราะที่ผ่านมาไม่ได้ผลแต่ยังไม่ทิ้ง มีโอกาสจะเลือกพิจารณา เลือกลงเป็นบางโอกาส ที่ไม่ได้ผลเพราะเราไม่มีทุนเพียงพอที่จะลงแบบต่อเนื่องหากลงต่อเนื่องเชื่อว่าได้ผลแน่นอนแต่ต้นทุนในการประชาสัมพันธ์สูงเกินไปไม่คุ้มกับรายรับเราจึงมองว่าช่องทางอื่นๆได้ผลมากกว่า ในระดับการลงทุนที่เท่ากัน วิทยุและนิตยสารมีติดต่อมาสัมภาษณ์ฟรีปีหนึ่งๆหลายแห่ง ขอขอบพระคุณ

6.หนังสือพิมพ์ อับเดทข้อมูลข่าวสารไปยังสื่อต่างๆมากขึ้น เขาจะทำข่าวให้เราหรือไม่อีกเรื่องหนึ่ง ที่ผ่านมาไม่ค่อยมีใครมาทำข่าวนับว่ายังน้อยมาก สงสัยธุรกิจเราเล็กเกินไป T_T

7.การออกบูธ เน้นการออกงานแฟร์ต่างๆ ให้ความสำคัญสูงเพราะนี่คือภาพลักษณ์ของแบรนด์ภาพที่สื่อถึงความมีตัวตนของแบรนด์ และการได้ลูกค้าที่ตรงกลุ่มเป้าหมายและสนใจจริงๆ มีโอกาสสูง ที่ผ่านมาลูกค้าที่ยังไม่ได้ตัดสินใจลงทุนก็แวะมาเยี่ยมเราในงานแวะมาดูเราในงานและดูธุรกิจอื่นไปพร้อมกัน จึงเป็นช่องทางสำคัญในการ remind ลูกค้าในด้านต่างๆ การเตือนความจำว่าเรายังรอเขาลงทุนกับเราอยู่ หากผู้ที่กำลังหาทำเลเราก็ยังอยู่ตรงนี้ยังรอคุณอยู่เสมอ รวมทั้งการหาลูกค้าใหม่ๆที่สนใจลงทุนด้านนี้การออกบูธนับว่าสำคัญมาก และงานที่มีนักข่าวเดินก็มักจะได้ลงข่าวอับเดทธุรกิจของเราเป็นของแถมในหนังสือพิมพ์อีกด้วย อีกทั้งเป็นการเพิ่มจำนวนคนที่รู้จักกิจการให้มีมากขึ้นเพื่อสร้างการบอกต่อหรือ viral marketing ที่สำคัญมากเป็นอันดับต้นๆ เพราะเขาได้สัมผัสภาพจริงได้เห็นของจริงและได้สัมผัสกับเราโดยตรง

 

การสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายและการสร้างแบรนด์ให้ฮิตติดตลาดเป็นสิ่งที่เราดำรงไว้เสมอมา การรวบรวมความคิดเห็นผู้ที่เคยได้ดื่มได้ชิมเป็นเรื่องที่เราใส่ใจมาโดยตลอด เราให้ความสำคัญกับ content management หรือการบริหารจัดการเรื่องราวต่างๆ ซึ่งการจะเป็นแบรนด์ที่มีคนสนใจจำเป็นจะต้องมีเรื่องราวใหม่ๆอับเดทอยู่ตลอดเวลา และเรื่องราวเก่าๆที่จะต้องเก่าแบบคลาสสิกคือมีคนสนใจศึกษาไม่เสื่อมคลาย ด้านการจัดการวัตถุดิบและอุปกรณ์เลือกสรรเฉพาะที่มีคุณภาพ คงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือสำหรับผู้บริโภคและผู้ร่วมลงทุนสร้างแบรนด์ไปพร้อมกับเรา กลยุทธ์เราคือการใส่ใจในทุกรายละเอียดและพัฒนาปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นไป เข้าถึงสิ่งที่ผู้ลงทุนต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้พร้อมลงทุนร่วมไปกับเรา กลยุทธ์การตลาดในปี 2555 จะการสื่อสารไปยังช่องทางการประชาสัมพันธ์ต่างๆ ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมเพื่อเข้าถึงตลาดที่ไม่มีวันหลับและกระหายการลงทุนประกอบธุรกิจนี้ รวมทั้งร่วมสร้างสิ่งต่างๆให้เป็นจริงอย่างยั่งยืน

การสร้างกระแสฮิต ติดลมบนจึงเป็นเรื่องของการบริหารช่องทางการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารโดยตรงถึงผู้บริโภคเป็นสำคัญ เราจะเรียกกลยุทธการตลาดรวมทั้งหมดว่า “กลยุทธ์สร้างกระแสฮิต ติดลมบน” โดยมีเป้าหมายหลักสร้างการเติบโตในยอดขายให้เพิ่มขึ้น 50% ในปี 2555

– บริษัทฯ มีการส่งเสริมหรือสนับสนุน ด้านการตลาดให้กับนักลงทุนอย่างไรบ้าง

โฆษณาสาขาที่เปิดในรูปแบบ Blog Marketing และ facebook Marketing ข่าวสารการเปิดสาขาใหม่ที่ส่งให้สื่อต่างๆเป็นของแถมในบางโอกาสไม่การันตีผล เปิดโอกาสให้ร่วมออกบูธขายชา กาแฟ ในงานแฟร์ต่างๆที่เราตัดสินใจเข้าร่วมในบางโอกาสและเป็นการสุ่มเลือกตามความเหมาะสม ให้คำปรึกษาด้านการลงทุนเปิดร้านกาแฟฟรี

– ยอดตัวแทน จำนวนสาขา

กว่า 300 สาขา ทั่วประเทศ

– ความเติบโตของบริษัท เป้าหมายในอนาคต

เรามองว่าเราอยู่รอดจากสาขาที่เปิดแล้วและประสบความสำเร็จมีการสั่งซื้อวัตถุดิบต่อเนื่อง ในอนาคตจึงมุ่งเติบโตอย่างยั่งยืนซึ่งหมายความว่าเราจะแนะนำก่อนการลงทุนเป็นอย่างดีให้ผู้ประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างถูกต้องที่สุด ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีที่สุด ส่งผลให้มีสาขาที่ประสบความสำเร็จเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเป็นฐานให้มีเงินทุนในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้ธุรกิจเป็นที่รู้จักและเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง

– ฝากแง่คิดถึงผู้ที่กำลังมองหาอาชีพ

ขอให้มีความมุ่งมั่น หากตั้งใจทำ และมีสายป่านมีเงินทุนเพียงพอ ท่านประสบความสำเร็จแน่นอน

ท่านต้องคิดว่าถ้าลงทุนเปิดสาขานี้แล้วขายไม่ดีจะทำอย่างไร เตรียมแผนสองและสาม อย่ามีแค่แผนเดียว เช่น หากเปิดทำเลนี้ขายไม่ดี ท่านต้องพร้อมที่จะย้ายทำเล ง่ายที่สุดในการเปลี่ยนทำเลคือลงทุนแบบรถเข็น เข็นไปขายที่ไหนก็ได้ หรือรถยนต์ รถมอเตอร์ไซต์พ่วงถ้าทำได้ แต่การทำแบบนี้ควรมีทำเลที่จอดขายได้ประจำแบบเสียค่าเช่าเป็นกิจลักษณะยึดทำเลดีหัวหาดให้ได้ ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จครับ

– อื่นๆ ที่ต้องการเสนอแนะ

หากท่านต้องการนัดเข้ามาสนทนาเรื่องการทำธุรกิจเครื่องดื่มและการตลาดเพิ่มเติม รวมถึงการลงทุนและสักถามประเด็นต่างๆเพิ่มเติมสามารถเข้ามา ณ ที่ทำการได้โดยนัดล่วงหน้า 2 วัน และติดตามข้อมูลดีๆ เช่นทำเลการเปิดร้าน การออกบูธงานแฟร์ ได้ที่ http://www.facebook.com/TheIndianTeaPage

  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: